โรงงานสายรัดพลาสติก
โรงงานสายรัดพลาสติก คือโรงงานที่ผลิตสายรัดพลาสติกสำหรับการรัดสินค้าวัสดุสิ่งของต่างๆ สายรัดที่ผลิตเป็นสายรัดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นสายรัด พี.พี. สายรัดไฮเดน สายรัด พี.อี.ที. เป็นต้น สายรัดประเภทต่างๆเหล่านี้ของโรงงานจะถูกผลิตโดยเม็ดพลาสติกคุณภาพดี จึงมีความเหนียวและทนทานมาก

โรงงานสายรัดคุณภาพสูง
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศไทย อยู่ภายในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่มีเขตติดกับกรุงเทพมหานคร ข้อดีของพื้นที่สมุทรสาครก็คือ เป็นพื้นที่ๆมีโรงงานและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย มีแหล่งวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก)มากเพียงพอ และไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นงานผลิตของโรงงานจึงมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
กระบวนการผลิตสายรัดพลาสติก
การผลิตสายรัดพลาสติกของโรงงานจะผลิตตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีการหยุดพัก เนื่องจากการหยุดเครื่องจักรบ่อยครั้งจะทำให้เกิดการสูญเสียมากกว่า ดังนั้นงานเดินเครื่องจักรสายรัดที่ดีจึงต้องต่อเนื่องตลอดเวลา ส่วนวัตถุดิบที่สคกัญก็คือเม็ดพลาสติก ซึ่งมีชื่อเรียกตามสายรัด เช่นสายรัด พี.พี. จะถูกผลิตมาจากเม็ดพลาสติก พี.พี. ซึ่งเม็ดพลาสติกแต่ละประเภทก็จะมีหลายเกรด เม็ดพลาสติกเกรดดีจะมีคุณสมบัติที่เหนียว ทนต่อแรงดึงสูง สามารถรับสินค้าน้ำหนักมากๆได้ นอกจากนี้ตัวของพลาสติกแท้เมื่อถูกความร้อนจะมีความสามารถละลายติดกันอย่างแน่น เมื่อมีการซีลระหว่างสายรัดด้วยกัน

ภาพตัวอย่างข้างบน เป็นตัวอย่างเม็ดพลาสติกที่โรงงานนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสายรัด เม็ดพลาสติกประเภทนี้จะใช้สำหรับงานเป่าโดยจะมีความสามารถรีดออกเป็นเส้นบางๆได้ เหมาะสำหรับการผลิตสายรัดพลาสติก หรือเชือกฟาง จะต่างกับเม็ดพลาสติกที่ใช้สำหรับงานฉีด ที่ใช้ขึ้นรูปเป็นภาชนะต่างๆ เช่น จาน แก้ว หรือกาละมัง ฯลฯ ดังนั้นการรีดสายรัดที่จะทำให้มีขนาดของเส้นที่บางและยาวได้ โรงงานผลิตสายรัดที่ได้มาตรฐานก็จะใช้การผลิตโดยเม็ดพลาสติกล้วนเป็นหลัก
![]() |
![]() |
ภาพทั้ง 2ภาพเป็นสายรัดพลาสติกที่ผลิตมาจากเม็ดพลาสติกเพียงบางส่วน แต่จะใส่สารเคมีบางประเภทเข้าไปเป็นจำนวนมาก เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของสายรัดอย่างยิ่ง เช่นในเรื่องของความเหนียว ความทนทาน หรือการซีลที่ติดกันระหว่างพื้นผิวเท่านั้น |
มีคำถามว่า ทำไมสายรัดพลาสติกจึงต้องใส่สารลดต้นทุนเข้าไปในกระบวนการผลิต? สาเหตุที่สำคัญก็คือ โรงงานจะผลิตออกมาได้เร็ว ต้นทุนต่ำลงมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้หลายโรงงานใช้กระบวนการผลิตแบบนี้ แต่ก็มีอีกหลายโรงงานที่ยังใช้กระบวนการผลิตแบบเดิม คือใช้เม็ดพลาสติกล้วน เนื่องจากว่าคุณภาพของสินค้าเป็นที่รับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคอยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่คุ้มค่ามากกว่า
เลือกสายรัดแบบไหนดี
โดยปกติแล้ว ลูกค้าหรือผู้ใช้งานมักจะมีความคิดเหมือนกันอย่างหนึ่งว่า ของถูกย่อมคุ้มค่ากว่าของแพง เช่นเมื่อเราเลือกซื้อสายรัด 1 ม้วน เราก็มักจะพิจารณาว่า ราคาสายรัดของใครถูกกว่ากัน แต่ถ้าเราพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้นจะพบว่าความจริงนี้อาจจะผิดก็ได้ เช่น
1.ในสายรัด 1 ม้วนที่มีน้ำหนักเท่ากัน จะมีสารลดต้นทุนเป็นสัดส่วนเท่าไร ยิ่งมีสัดส่วนมาก ความยาวของสายรัดจะยิ่งสั้นลงมาก (เพราะพลาสติกล้วนสามารถยืดความยาวได้มากกว่าเป็นเท่าตัว)
![]() |
![]() |
![]() |
จากภาพบน จะเห็นขนาดความแตกต่างอย่างชัดเจนว่า เมื่อลูกค้าซื้อสายรัด 1 ม้วน ผู้ขายจะเสนอราคาสายรัดสีดำ (ภาพแรก) ในราคาที่ถูกกว่าสายรัดสีน้ำเงิน(ภาพกลาง)มากเพื่อดึงดูดเรื่องราคา แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณที่จะได้รับ จะพบว่า สายรัดสีน้ำเงินจะนำไปแพคสินค้าได้ในปริมาณที่มากกว่าเกือบ 1 เท่าตัว และถ้าเราเอาจำนวนปริมาณที่มากกว่าของสินค้าที่แพคได้มาหารกับราคา เราจะพบว่า สายรัดสีน้ำเงิน(พลาสติกล้วน) จะมีราคาที่ถูกกว่าอย่างน่าเหลือเชื่อ
2. การซีลของสายรัดแป้ง ดังที่กล่าวมาข้างต้น จะมีผลอย่างมากต่อการสูญเสียของสายรัด บ่อยครั้งที่ลูกค้าจำนวนมากซื้อสายรัดไปและต้องเสียเศษของสายรัดจำนวนมากเนื่องจากการซีลไม่ติด ทำให้ไม่สามารถใช้รัดสินค้าได้เต็ม 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ห้องเย็น ดังนั้นการสูญเสียในข้อนี้จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราอาจจะซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้นกว่าความคุ้มค่าในการใช้งานจริงได้
3.ว่าด้วยเรื่องแรงดึงของสายรัด ข้อดีของเม็ดพลาสติกล้วนเวลาโรงงานยืดให้เป็นสายรัด คือ เราสามารถจะกำหนดความบางของสายรัดได้ตามความต้องการ เช่นมาตรฐาน 0.75 มิล ก็สามารถกำหนดให้บางกว่าหรือหนากว่าได้ ในขณะที่แรงดึงของสายรัดยังดีอยู่ ในขณะที่สารลดต้นทุนประเภทแป้งจะไม่สามารถยืดตัวและลดความบางลงได้ และยังมีผลต่อแรงดึงด้วย เช่น สารรัดพลาสติกล้วนขนาด 0.75 มิล จะสามารถทนต่อแรงดึงได้ดีกว่าสายรัดแป้งที่มีขนาด 0.90-1.00 มิล ด้วยซ้ำ ดังนั้นผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานที่เน้นการรัดอย่างแน่นหนา เช่นการรัดชิ้นส่วนอะไหล่สินค้า การรัดสินค้าที่มีน้ำหนักสูง สายรัดแบบพลาสติกล้วนจะคุ้มค่ากว่ามาก
ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นเป็นเพียงแนวทางในการเลือกสายรัดสำหรับการใช้งาน ส่วนจะคุ้มค่าจริงหรือไม่ ผู้ใช้งานสามารถนำไปทดสอบเปรียบเทียบกับการใช้งานได้ครับ
สายรัด.com
(098)429-9324




